แอร์พอร์ตบัส ภูเก็ต – Airport Bus Phuket
แอร์พอร์ตบัส ภูเก็ต – Airport Bus Phuket
บริการ รับ – ส่ง สนามบินภูเก็ต – ตัวเมืองภูเก็ต
วันนี้ผม Tonlinethai ขออนุญาติเสนอช่องทางการเดินทาง จาก สนามบินภูเก็ต – เมืองภูเก็ต หรือจาก เมืองภูเก็ต – สนามบินภูเก็ต
โดยใช้ แอร์พอร์ตบัส ภูเก็ต – Airport Bus Phuket กันครับ ผม
ว่าแล้วก็ไม่รอช้าครับ เราไปรู้จักกับรถคันนี้กันดีกว่าครับ
นี่ครับหน้าตาของ รถ Airport Bus ติดแอร์เย็น ๆ สบ๊าย สบาย คร้าบบบ
ราคาค่าโดยสาร แอร์พอร์ตบัส ภูเก็ต – Airport Bus Phuket
ราคาค่าโดยสาร แอร์พอร์ตบัส ภูเก็ต – Airport Bus Phuket สำหรับนักเรียน นักศึกษา (สวมชุดนักเรียน นักศึกษา พร้อมแสดงบัตร)
จุดรับผู้โดยสารจาก บขส – สนามบินภูเก็ต ติดกำแพงซ้ายมือสุด
จุดรับผู้โดยสารจาก สนามบิน – เมืองภูเก็ต ชั้น 1 ซ้ายมือติดไปรษณีย์สนามบิน
จุดรับผู้โดยสารจาก สนามบิน – เมืองภูเก็ต ชั้น 2 หน้าเบอร์เกอร์คิง
เส้นทางการเดินรถ แอร์พอร์ตบัส ภูเก็ต – Airport Bus Phuket

จากตัวเมืองภูเก็ต – สนามบินนานาชาติจังหวัดภูเก็ต
จากสนามบินนานาชาติจังหวัดภูเก็ต – ตัวเมืองภูเก็ต
Credit By == http://www.airportbusphuket.com/
เกาะตาชัย – Tachai Island
สวัสดีพ่อแม่พี่น้องที่เคารพครับ ผม Tonlinethai วันนี้ ขอเสนอทริป เที่ยวภูเก็ต แบบออกทะเลกันอีกซํกครั้งครับ หลังจากครั้งที่แล้ว ได้ไป ทริป พีพี มาหยา เกาะไข่-PhiPhi Maya Khai Island ไปแล้วครับ คราวนี้มาถึงคิวของ เกาะตาชัย – Tachai Island เนื่องจากอิจฉาชาวบ้านครับ เพราะ พี่ๆ เพื่อนๆ ที่ได้ไปมาก็กลับมาเล่าซธอย่างนั้นอย่างนี้ บวกกับ ใครๆต่างก็พูดถึง เกาะตาชัย – Tachai Island กันต่างๆนานา สวยอย่างนั้นงามอย่างนี้ เล่นเอาผม อิจฉา อย่างหนัก เลยตั้งเป้าหมายไว้ล่ะครับ ต้องไปให้ได้เฟ้ยยยยย
ว่าแล้วก็ไม่รอช้าครับ โทรหา คุณโอ๋ จาก Phuket All Tour บริษัททัวร์ภูเก็ต เช่นเคย สอบถามปุ๊บปั๊บๆ ว่าจะไป พรุ่งนี้เช้าเลย คุณโอ๋ บอก เต็ม!!! เย้ยยย ลืมไปว่า High Season กำ… ประกอบกับช่วงเวลานี้ ความแรงของ เกาะตาชัย – Tachai Island ก็มาแบบฉุดไม่อยู่จริงๆ ครับ ผมเลยจองล่วงหน้าซะหลายวัน ฮ่าๆๆ ต้องไปให้ได้ครับ
ประวัติของเกาะตาชัย โดยคร่าวๆนะครับ (แอบถามคุณโอ๋มาครับ อิอิ ) เกาะตาชัย เป็นเกาะหนึ่ง ของหมู่เกาะสิมิลัน ครับ อยู่ระหว่าง เกาะสิมิลัน กับเกาะสุรินทร์ครับ เส้นทางไปค่อนข้างทรหดครับ พราะอยู่ ระหว่าง เกาะ 2 เกาะที่บอกไป จึงทำให้ระหว่างทางนั้นจะเป็น ช่องลม ครับ จึงทำให้คลื่นแรงมากๆ คนขับเรือ จึงต้องเป็นระดับ โปร เลยทีเดียวเชียว ระยะทางก็ไกล กว่า สิมิลัน และ สุรินทร์ มากครับ ใช้เวลาเดินทาง ประมาณ ชั่วโมงครึ่ง ถึง สองชั่วโมงครับ แล้วแต่ความแรงของลม เกาะตาชัย ถูกพบครั้งแรกโดย ชายที่ชื่อ ตาชัยครับ เลยตั้งชื่อ ตามคนคันพบครับ เกาะตาชัย – Tachai Island เพิ่งจะเป็นที่รู้จักของนักท่องเที่ยวมาแค่ 1 – 2 ปีนี่เองครับ แต่จะเป็นที่รู้จักของนักดำน้ำมาเป็นระยะเวลานานพอควร เพราะปะการัง และธรรมชาติ ยังสมบูรณ์อยู่ครับ สำหรับ ใครที่สนใจ อยากจะไปสัมผัสธรรมชาติ ที่แท้จริง ก็เรียกใช้บริการ จากคุณ โอ๋ Phuket All Tour ได้นะครับ คุณโอ๋ คุยง่ายมากครับ รีบมากันนะครับ เพราะ สิ้นเดือน เมษา นี้จะปิดเกาะแล้ว เกาะตาชัย จะปิดเกาะเป็นเวลา 6 เดือนครับ เพื่อให้ธรรมชาติฟื้นตัว และเปิดให้นักท่องเที่ยวเยี่ยมชมได้ 6 เดือนครับ หรือ สามารถโทรสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ 089-726-17 88, 087-263-4488 ครับ ว่าแล้วก็ไม่รอช้า เราไปชมรูปกันดีกว่าคร้าบบบบบ
เช่นเคยครับ สำหรับทริปนี้ ต่างชาติ 90 % ใครๆก็มาเที่ยวเมืองไทยครับ แล้วคนไทยไปเที่ยวไหนกันหว่า ….
ไกด์ บริการเป็นเลิศมากครับ ดูแลดีทั้งชายไทยและชาวต่างชาติครับ
นี่ครับ หน้าตาของ เกาะตาชัย แต่กว่าจะได้ภาพนี้มา ผมต้องกระดึ๊บไปหน้าเรือ ทีละนิดๆ เพราะคลื่อนมันแรงม๊ากกกก
แนะนำเลยครับ สำหรับใครที่จะไปเกาะตาชัย อย่านั่งหน้าครับ กระแทกซะไส้เกือบแตกกกก !!!
ถึงล่ะครับ แต่ยังไม่ชึ้นเกาะก่อน จุดแรกเราแวะดำน้ำบริเวณหน้าเกาะชมปะการังซํกหน่อยครับ
น้ำสวยใสเช่นเคยครับ สวยกว่าทุกๆที่ ที่ผมเคยไปมาเล้ยยย
ทุกคนไม่รอช้าครับ เห็นน้ำใสๆแบบนี้รีบกระโดดลงไปทันทีครับ
ใช้เวลาดำน้ำหน้าเกาะประมาณ เกือบชั่วโมง เราก็ขึ้นเกาะกัน
แว้กกกกกกกกก !!! น้ำกระฉอกกกกกกก กล้องเกือบเปียกกกก
น้ำใสๆ ทรายขาวๆ บรรยากาศเงียบสงบแบบนี้ มัลดีฟก็มัลดีฟเหอะ หึหึหึ
เกาะตาชัย เหมาะสำหรับคนอยากมาพักผ่อนจริงๆครับ แบบว่ามันสบายสุดๆ สบายมากกกกก
ใครจะมาก็รีบมาซะนะครับ เพราะตอนนี้ผมกำลังทำเรื่อง ซื้อ เกาะนี้อยู่ อิอิ
ชายหาดบนเกาะยาวประมาณ 800 เมตรครับ เหมาะสำหรับเดินสวีทเป็นอย่างยิ่ง
แหงนไปมองบนฟ้า มีเหยี่ยวบินโฉบหาปลากินอยู่ ไกด์บอกอาศํยอยู่บนเกาะนี้ครับ ใครมาก็น่าจะได้เห็นกันครับ
เดินวกกลับเข้ามาในเกาะ มีห้องน้ำ ห้องอาบน้ำ บริการพร้อม กว้างขวางสะดวกสบายครับ
เดินไปโฉบพ่อครัวซักหน่อย หมึกย่าง ปลาย่าง โอยยยยย หิวแว้วววววววว
แผลบ ๆ น้ามยายใหยย้อยยยยยยยยยย
นั่งเฝ้าอยู่นานจนพ่อครัวเริ่มรำคาญล่ะ ยื่นให้ผม 1 ชิ้น เหอะๆ มีเรอะผมจะปล่อยให้โอกาศนี้หลุดมือ ง่ำๆๆๆๆๆ
เดินไปโฉบฝ่ายเครื่องดื่มต่อ Wow มีมากมายให้เลือกสรรค์จริงๆ ครับ น้ำผลไม้ น้ำกระป๋อง น้ำผลไม้ปั่น
ทุกอย่างรวมอยู่ในทริปที่ซื้อล่ะครับทานได้ไม่อั้นทั้งวันครับ แค่น้ำก็เริ่มอิ่มล่ะครับ
ได้เวลาทานล่ะครับ จัดหนักตักไม่ยั้งเช่นเคยครับ ฝรั่งทั้งนั้นไม่ต้องอายใคร เหอะๆ
ด้วยความเกรงใจครับ เลยตักแค่พอประมาณ แต่….. 2 จาน
ทานเสร็จผักผ่อนซํกครู่ พี่ไกด์พาพวกเราไปตามล่าหา ปูไก่ กันครับ
แล้วพวกเราก็เดินทางลัดเลาะเข้าไปในป่าครับ พี่ไกด์เตือนอย่างนึงว่า ถ้าเจองู พี่รออยู่ที่เรือนะครับ (หน้าซีดกันเป็นแถว เหอะๆ)
ใช้เวลาเดินซํกครู่ก็เจอครับ ปู่ไก่ กุ๊กๆของเรา ปูไก่ไม่ได้ร้อง กุ๊กๆนะครับ แต่เมื่อถึงฤดูผสมพันธ์ปูตัวผู้จะใช้ก้ามสองข้างมาเคาะกัน
เพื่อเรียกตัวเมียมาผสมพันธ์ เสียงเคาะจะดัง กุ๊กๆๆๆๆๆ Unseen Thai นะเนี่ย
หลังจากนั้น พี่ไกด์ก็พาเดินออกมาทะลุหน้าหาดอีกครั้งแต่เป็นสุดหาดด้านขวาครับ โอยยยย สวยอย่างแรงเกาะนี้ จะบ้าตายยยย
ทรายบนเกาะ ขาว และ ละเอียด ม๊ากมาก อยากรู้ว่ามันเป็นยังไง ลองไปซื้อเกลือยี่ห้อ ปรุงทิพย์ มาครับแล้วจะรู้ว่ามันขาวและละเอียดแบบไหนครับ
ฟ้าปลอดโปร่ง ลมพัดเย็น น้ำใสๆ ทรายขาวๆ จะเอาอะไรอีก หา จะเอาอะไรอีกกกกก
น้องปูเสฉวน พบเห็นได้ทั่วไปบนเกาะครับ
เผลอนอนหลับไปบนชายหาดเลยสบายสุดๆ ตื่นมาได้เวลากลับล่ะครับ สำหรับใครที่คิดจะมาเกาะตาชัย รีบๆมาซะล่ะครับ เดี๋ยวเกาะนี้จะดังเหมือนมาหยาล่ะครับ
เพราะ…… กลุ่มนี้คือ กองถ่ายหนัง จาก Hollywood ครับ เห็นเค้าบอกว่าพระเอก จากเรื่อง มูแรงรูจ ผมก็ไม่เคยดู
ได้เวลากลับล่ะครับ ลาไปด้วยภาพนี้ละกันครับสวัสดีคร้าบบบบบ
หมี่โปเบี๋ยน – Kathu Noddle
สวัสดีครับ วันนี้ผม Tonlinethai มี ร้านอาหารภูเก็ต เด็ดอร่อย ราคาประหยัดมาแนะนำ สำหรับท่านที่มา เที่ยวภูเก็ต ทัวร์ภูเก็ต
ร้านนี้คือ หมี่โปเบี๋ยน – Kathu Noddle @ ซอยโรงเรียนบ้านกะทู้
เป็นบ้านป้าผมเองครับ แหะๆ อยู่หน้าบ้านตัวเองแท้ๆ แต่ไม่เคยถ่ายเลยสักครั้ง
ประวัติคร่าวๆ ของ หมี่โปเบี๋ยน – Kathu Noddle @ ซอยโรงเรียนบ้านกะทู้ แต่เดิมเริ่มแรกขายอยู่ซอยน้ำตกกะทู้ โดย โปเบี๋ยน (ตอนนี้โปเบี๋ยนเสียไปแล้วครับ)
หลังจากนั้นก็สืบทอดกิจการมารุ่นที่สอง คือ จี้สุ พร้อมกับทั้งย้ายมาเปิดที่ ซอยโรงเรียนบ้านกะทู้
แต่เดิมนั้นไม่มีป้ายร้านครับ คนส่วนใหญ่จะเรียก ชื่อร้านกันต่างๆ นานา เช่น หมี่จี้สุ หมี่ไม้ไผ่ หมี่ต้นม่วง หมี่ซอยโรงเรียนทู้ หมี่ซอยโรงเรียน หมี่กะทู้ ก็ว่ากันไป
ข้อมูลโดยประมาณของ หมี่โปเบี๋ยน – Kathu Noddle @ ซอยโรงเรียนบ้านกะทู้
เวลาเปิด 10.00 เช้า
เวลา ปิด 17.00 เย็น (ส่วนมากจะขายหมดก่อนเวลา)
วันหยุด วันพุธ
ราคา
ธรรมดา 30 บ.
พิเศษ 40 บ.
จัมโบ้ 50 บ.
หมูสะเต๊ะ ไม้ละ 3 บ.
*** เมนูแนะนำมาแล้วต้องสั่ง ไม่ควรพลาด หมี่เหลืองแห้งครับ ***
*** สำหรับอิสลามมีน้ำซุปแยกให้นะจ้ะ ***
หน้าร้านครับ ป้ายใหญ่โต ชัดเจนไปเล้ยย
เบื้องหลังความอร่อยครับ ด้านซ้ายจี้แอ๊ด ด้านขวาจี้สุ
กระบอกไม้ไผนี่น่าจะเป็นที่มาของหมี่ไม้ไผ่ครับ เอ …. แต่ไว้ใช้ทำไรหว่าาาา ???
ไว้ใส่หมี่เวลาห่อกลับบ้านนี่เอง หาดูยากนะครับ
เอ๊ะแล้วนี้จี้สุเอาไม้เรียวไปแกว่งๆ ทำไมในหม้อน่ะ จี้สุเอาไปคนเส้นหมี่ไม้ให้ติดกันครับ พอปิดร้านก็สามารถเอาไม้ไว้ตีลูกได้ด้วยในเวลาเดียวกัน อิอิ
เส้นหมี่เหลืองขายดีเป็นพิเศษครับ เพราะเหนียวนุ่ม อร้อยอร่อยยยย
พระเอกของร้านคงจะเป็นตัวนี้ครับ เกี๊ยวกุ้งเซเว่น เย้ยยย เกี๊ยวหมูครับ แหะๆ ใครได้ลองเป็นต้องติดใจทุกรายไป
น้ำซุปกระดูกหมูร้อนเสริฟพร้อมเมณู หมี่แห้งต่างๆ แต่ตื่นสายไปหน่อยกระดูกหายไปแระ T_T
ใครไปทานบ่อยๆก็จะเคยชินกับประโยคเด็ดที่จี้สุพูดบ่อยๆว่า…. ต้องรอนะจ้ะ (คนเยอะจ่ะ)
มาแล้วหมี่เหลืองแห้ง หม่ำล่พคร้าบบบบบ
หมี่เหลืองแห้งเป็นเมณูสุดฮิตประจำร้านครับ
ส่วนประกอบโดยประมาณจะมี ถั่วงอก ผักกาดหอม เส้น เกี๊ยวหมู ลูกชิ้น ปลาแผ่น หมูแดง หอมเจียว และเครื่องปรุงครับ
ไม่ไหวแระ หม่ำต่อล่ะครับ
เมณูต่างๆก็มีให้เลือกมากมาย เช่น แห้ง น้ำ ต้มยำ เย็นตาโฟ
หมี่เหลืองแห้ง ธรรมดา ล้นชามกันเลยทีเดียว
ทางร้านหมีหมูสะเต๊ะพร้อมบริการด้วยครับ
หมูสะเต๊ะเนื้อนุ่มย่างด้วยถ่านประหยัดไฟเบอร์ 5 ซะด้วย
หมูสะเต๊ะพร้อมน้ำจิ้มรสเด็ด ไม้ละ 3 บาทเท่านั้นจ้าาาาาา
หน้าร้านก็มีขนมของฝากมากมายให้เลือกสรรจ้าาาาา
ลาไปด้วยภาพของน้องเกี๊ยว ตอนยังมีชีวิตอยู่ครับ เป็นภาพลับที่ไม่เคยเปิดเผยที่ไหนมาก่อนครับ (จี้สุจะด่ามั้ยเนี่ย) เกี๊ยวมีลักษณะเป็น เงินทองของจีนสมัยโบราณ ทานแล้วร่ำรวยเงินทอง เฮง เฮง เฮง จ้าาา
ทริป พีพี มาหยา เกาะไข่-PhiPhi Maya Khai Island
พีพี มาหยา เกาะไข่-PhiPhi Maya Khai Island
เมื่อเดือน พฤศจิกายน ที่ผ่านมาผมมีโอกาศได้ไปเที่ยว พีพี มาหยา เกาะไข่-PhiPhi Maya Khai Island ทั้งสามที่เป็น ครั้งแรกที่ผมได้ไป แปลกใช่มั้ยล่ะครับอยู่ ภูเก็ต ซะเปล่าแต่ไม่เคยไป พีพี มาหยา เกาะไข่-PhiPhi Maya Khai Island ผมนับว่าเชยมากครับ เพราะนักท่องเที่ยวทั่วโลกต่างก็แห่มากันมาจน จะหมดโลกแล้วล่ะครับ (นี่แหละครับ เค้าเรียก เชยที่สุดในโลก)
สำหรับใครที่คิดจะมา ทัวร์ภูเก็ต เที่ยวภูเก็ต ทริป พีพี มาหยา เกาะไข่-PhiPhi Maya Khai Island เป็นโปรแกรมที่ผมแนะนำเลยล่ะครับ เพราะราคาถูก และ คุ้มค่ากับการได้ไปจริงครับ สำหรับโปรแกรมที่ผมไปนี้จะเป็นแบบ เต็มวันครับคือไปเช้ากลับเย็นครับ ราคาก็จะอยู่ที่ประมาณ 1000 กลางๆ ครับแล้วแต่บริษัทครับแต่สำหรับทริปนี้ผมใช้บริการที่นี่ครับ Phuket All Tour เป็น บริษัททัวร์ภูเก็ต ที่น่าเชื่อถือครับ และ ยังมีคุณโอ๋ที่แสนใจดีลดราคาให้ผมอีกด้วยครับ (อิอิ) คาดว่าโอกาศหน้าจะเรียกใช้บริการอีกนะครับ
เอาเป็นว่าเรามาออกเดินทางกันดีกว่าครับ ทริปนี้มีรถรับส่งฟรีด้วยนะครับ จากที่พักไปท่าเรือครับ เมื่อไปถึงท่าเรือทางพนักงานจะติดสติ๊กเกอร์ให้เราเป็นสีๆ เหมือนแข่งกีฬาสีแหน่ะ (เหอะๆ) หลังจากนั้นทางไกด์จะเรียกเราขึ้นเรือครับ เรือออกจากท่าเรือประมาณ 09.00 ครับ ภายในเรือจะมี คนขับ 1 เด็กเรือ 2 ไกด์ อีก 1 ครับไกด์ก็จะกล่าวต้อนรับครับ และอธิบายว่าวันนี้เราจะไปที่ไหนบ้างครับ จุดแรกที่เราไปกันนะครับเป็น อ่าวมาหยา ครับเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่โด่งดังมาจากหนังเรื่อง The Beach นั่นเองครับ ใช้เวลาบนเกาะประมาณเกือบ 1 ชั่วโมงครับ มุ่งหน้าไปอ่าวปิเละต่อครับ และก็ตามด้วย ถ้ำไวกิ้ง ถ้ำไวกิ้งนี้เป็นสถานที่ที่เคยถูกค้นพบโดยนักเดินเรือ โบราณและเขียนรูปวาดโบราณ โดย Captain Cook ผู้โด่งดัง (คนที่มีตะขอที่มืออ่ะครับ) จอดอยู่ถ้ำไวกิ้งสักครู่ แวะให้อาหารปลาครับน้ำใสปลาสีสวย มาเป็นฝูงเลยล่ะ หลังจากนั้นแวะที่เกาะลิงให้อาหารลิงกันซํกหน่อยย แล้วตามด้วยดำผิวน้ำที่หินกลาง แนวปะการังที่นับว่าสวยที่สุดอีกแห่งหนึ่งของทะเลอันดามัน ชมปลา หลากชนิดใช้เวลาประมาณ 30-45 นาทีครับ หลังจากนั้นขึ้นเกาะ พีพีเพื่อรับประทานอาหารกลางวันครับ เป็นแบบบุฟเฟ่ต์ครับตักไม่ต้องสนใจใครครับจัดหนักๆ อิอิ กินข้าวเสร็จแวะเดินเล่นกันซักหน่อยครับ บนเกาะพีพีมีทุกอย่างครับ ขาดอะไรหาซื้อได้ครับ เราออกเดินทางอีกครั้งครับ คราวนี้นานหน่อยเป็นจุดสุดท้าย เกาะไข่นอกครับ เป็นเกาะเล็กๆอยู่กลางทะเลครับ
น้ำใส ปลาสวย เยอะมากครับ บนเกาะไข่นี้จะมีร่มพร้อมเก้าอี้ให้เช่าครับ ราคาคู่ละ 100 บาทครับรับประกันความปลอดภัย ตั้งกระเป๋าทิ้งไว้ไม่หายแน่นอนครับ แถมยังมีเครื่องดื่ม และผลไม้ให้ทานฟรีคอยบริการเสริฟตลอดเวลาเลยล่ะครับ ผมเดินเล่นอยู่ซํกพักก็มานอนพักที่เก้าอี้แปบนึง เผลอหลับเลยครับ มันสบายจริงๆ อิอิ
สำหรับใครที่สนใจจะไป ทริป พีพี มาหยา เกาะไข่-PhiPhi Maya Khai Island ติดต่อได้ที่บริษัท Phuket All Tour ได้เลยครับ หรือ จะติดต่อโดยตรงที่คุณ โอ๋ 089-726-1788 ได้เลยครับ คุณโอ๋ใจดีมากมายครับ
ปิดท้ายกันด้วยภาพนี้นะครับ สวัสดีคร้าบบบบบบ
โกปี๊ เดอ ภูเก็ต – Kopi De Phuket
อ่านเรื่องราวก่อนหน้านี้ กินเจภูเก็ต 2553-Phuket vegetarian 2010
โกปี๊ เดอ ภูเก็ต – Kopi De Phuket ร้านอาหารภูเก็ต ร้านดังร้านหนึ่งใน ภูเก็ต ที่ใครไปใครมาก็ต่างแวะเวียนเยี่ยมเยือนไม่ขาดสาย เรียกได้ว่าหัวกระไดไม่แห้งกันเลยทีเดียว (^__^)
โกปี๊ เป็นภาษาท้องถิ่นของชาวภูเก็ต แปลว่า โอเลี้ยงนั่นเอง (ใช่รึป่าววะ ??? น่าจะใช่นะ 555) โกปี๊ เดอ ภูเก็ต – Kopi De Phuket ร้านนี้จะมีชื่อเสียงในเรื่องของ กาแฟต่างๆมีลูกค้าแวะเวียนมากมายทั้งลูกค้า ขาประจำ และขาจร ครับ
คงเป็นเพราะ รสชาติที่เข้มข้นกลมกล่อมแบบฉบับภูเก็ต และคงคุณภาพไว้ทุกๆแก้วที่ทำ เพราะทุกๆแก้วนั้นมีสูตร เป๊ะๆ !!! (เว่อร์ไปป่าวววว)
เรื่อง เป๊ะๆ นี่เรื่องจริงครับเพราะเคยมีเพื่อนไปทำงานแล้วเราไปแอบดูขั้นตอนการทำมาอย่างละเอียดยิบครับ เค้าใช้เครื่องตวงกันเลยทีเดียว (Wowww)
นอกจากกาแฟ และ เครื่องดื่มต่างๆแล้ว โกปี๊ เดอ ภูเก็ต – Kopi De Phuket ยังมีอาหารอีกมากมาย สไตล์ของอาหารจะเน้นไปทางด้านอาหารจีนแบบร่วมสมัย อาหารพื้นเมือง และอื่นๆอีกมากมายครับ
เมนูแนะนำ ( A: ใครล่ะเป็นคนแนะนำ —– Tonlinethai: ตรูนี่แหละเฟ้ยแนะนำ 555)
- ข้าวปลาเค็มน้ำชุบคั่ว
- โรตีแกงไก่ภูเก็ต
- ข้าวราดหมูเต้าหู้ยี้
- เกี้ยนทอดภูเก็ต
- บ๊ะจ่างภูเก็ต & บ๊ะจ่างสามเซียน
- เครื่องดื่ม โอเลี้ยง & ถั่วเหลืองเย็น
มาถึงการให้ดาวกันบ้างครับ (ยังกะเด็กอนุบาล 55) โดยรวมๆแล้ว อืมมมมมมม (คิดหนักๆๆๆ) ผมให้ 4 ดาวครับ อิอิ (เต็ม 100นะเย้ยย เต็ม 5 จ้าา) โม้มาเยอะไปชมรูปกันดีฝ่าาาาาา เย้ววววววว
พิกัด GPS – 7.88485,98.408403
อ่านเรื่องถัดไป ทริป พีพี มาหยา เกาะไข่-PhiPhi Maya Khai Island
กินเจภูเก็ต 2553-Phuket vegetarian 2010
กินเจภูเก็ต 2553-Phuket Vegetarian Festival 2010
เดิมประเพณีกินผัก (เจี๊ยะฉ่าย) ที่ชาวบ้านและชาวจีนที่อยู่ในจังหวัดภูเก็ตเรียกกันว่า “เจี๊ยะฉ่าย” นั้น เป็นลัทธิเต๋าซึ่งนับถือบูชาเซียนเทวดา เทพเจ้า วีรบุรุษ เป็นประเพณีที่คนจีนนับถือมาช้านาน โดยเฉพาะคนจีนฮกเกี้ยน คำว่า “เจี๊ยะฉ่าย” (กินผัก) เป็นภาษาท้องถิ่น วันประกอบพิธีตรงกับวันขึ้น 1 ค่ำ ถึง 9 ค่ำ (เก้าโง้ยโฉ่ยอีดถึงโฉ่ยเก้า) ตามปฏิทินจีนของทุกๆปี
ประเพณีเจี๊ยะฉ่าย ได้เริ่มขึ้นเป็นครั้งแรกที่หมู่บ้าน ไล่ทู (ในทู) ซึ่งเป็นหมู่บ้านกะทู้ ตำบลกะทู้ จังหวัดภูเก็ตในปัจจุบัน คนจีนเหล่านั้นได้อพยพเข้ามาทำเหมืองแร่ตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยา (ในสมัยรัชสมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราช) มีการค้าขายแร่ดีบุกกับปอร์ตุเกส ฮอลันดา ฝรั่งเศส อังกฤษ เป็นต้น คนจีนเหล่านั้นได้หลั่งไหลเข้ามามากที่สุดก่อนปี พ.ศ.2368 คือหลังจากเมืองภูเก็ตและเมืองถลางถูกพม่ารุกรานเมื่อปี พ.ศ.2352 พลเมืองได้กระจัดกระจายไปอยู่ตามที่ต่างๆ ครั้นพระยาถลาง (เจิม)ได้รับแต่งตั้งให้เป็นเจ้าเมืองถลาง และได้ตั้งเมืองภูเก็ตที่บ้านเก็ตโฮ่ ให้พระภูเก็ต (แก้ว) มาเป็นเจ้าเมือง (ระหว่าง พ.ศ. 2368-2400)
พื้นที่รอบๆในทู (กะทู้) อุดมสมบรูณ์ไปด้วยแร่ดีบุก จึงทำให้คนจีนหลั่งไหลเข้ามาขุดแร่ดีบุกเป็นจำนวนมาก ส่วนใหญ่จะเป็นคนจีนที่อพยพมาจากเมืองถลางเดิมที่กระจัดกระจายอยู่ทั่วไป และที่อพยพมาจากมณฑลฮกเกี้ยน,ซัวเถาและเอ้หมึง ซึ่งอยู่ทางตอนใต้ของประเทศจีน โดยอาศัยเรือใบผ่านมาทางแหลมมาลายู เป็นต้น หมู่บ้านในทูในสมัยนั้นยังเป็นป่าทึบ มีไข้ป่า ตลอดจนภยันตรายต่างๆ จากสัตว์ป่ามากมาย แต่ผู้คนและชาวจีนในหมู่บ้านในทูกลับเพิ่มจำนวนขึ้นอย่างรวดเร็ว เนื่องจากมีแร่ดีบุกอุดมสมบูรณ์จนเป็นที่เลื่องลือไปทั่วโลก
คนจีนที่อยู่ในทูสมัยนั้น มีความเชื่อและความศรัทธาในเรื่องเทพเจ้าประจำตระกูลหรือเทพเจ้าที่คุ้มครองประจำหมู่บ้าน เช่น เทพยดาฟ้าดิน เซียนต่างๆ รวมถึง บรรพบุรุษของตนเองมาก่อนแล้ว เมื่อมีเหตุเภทภัยเกินขึ้นจึงได้มีการอัญเชิญเทพเจ้าแต่ละพระองค์ที่ตนนับถือบูชากราบไหว้ให้มาคุ้มครองปกป้องรักษาตน หรือพวกพ้องที่ได้ทำมาหากินในท้องถิ่นที่ตนพำนักอาศัยให้คนเหล่านั้นอยู่ เย็นเป็นสุขโดยทั่วกันและความเชื่อนี้ยังคงยึดถือจนตราบเท่าทุกวันนี้
ต่อมาได้มีคณะงิ้ว หรือ เปะหยี่หี่ ที่ได้เดินทางมาจากประเทศจีนมาเปิดแสดงที่บ้านในทู คณะงิ้วนี้สามารถแสดงอยู่ได้ตลอดปี เนื่องจากเศรษฐกิจของชาวในทู กรรกรจีน รวมถึงร้านค้า มีรายได้ดีมาก ในขณะนั้น ต่อมาปรากฏว่ามีตึกดิน 26 หลัง และโรงร้าน 112 หลัง จึงสามารถอุดหนุนงิ้วคณะนี้ได้ตลอดปี หลังจากคณะงิ้วได้เปิดทำการแสดงอยู่ที่บ้านในทูระยะหนึ่ง ได้เกิดมีการเจ็บป่วยเป็นไข้ และจากการเจ็บป่วยครั้งนี้ทำให้คณะงิ้วนึกขึ้นได้ว่าพวกตนไม่ได้ประกอบพิธีเจี๊ยะฉ่าย (กินผัก) ซึ่งเคยปฏิบัติกันมาทุกปีที่เมืองจีน และปรากฏมาตั้งแต่สมัยพระเจ้าอึ่งตี่ฮ่องเต้เป็นต้นมา จึงได้ปรึกษาหารือในหมู่คณะ และได้ตกลงกันประกอบพิธีเจี๊ยะฉ่ายขึ้นที่โรงงิ้วนั่นเอง ทั้งนี้เนื่องจากไม่สามารถลงเรือใบ หรือเรือสำเ���าเดินทางกลับไปร่วมพิธีเจี๊ยะฉ่ายที่เมืองจีนได้ทันเพราะใกล้จะถึงวันประกอบพิธีแล้ว จึงได้ตกลงใจประกอบพิธีเจี๊ยะฉ่ายขึ้นที่โรงงิ้วเพื่อขอขมาโทษด้วยสาเหตุ
ต่างๆต่อมาโรคภัยไข้เจ็บก็หายไปหมดสิ้น รวมทั้งโรคภัยไข้เจ็บที่เคยเบียดเบียดชาวในทู ก็ลดลงด้วยเช่นกัน เรื่องนี้สร้างความประหลาดใจให้แก่ชาวในทูเป็นอันมาก จึงได้สอบถามจากคณะงิ้วและได้คำตอบว่าพวกเขาได้ประกอบพิธีเจี๊ยะฉ่ายแบบย่อๆ เนื่องจากไม่มีผู้รู้และผู้ชำนาญในการจัดประกอบพิธีเจี๊ยะฉ่ายโดยเพียงแต่สักการะบูชากราบไหว้ขอขมาโทษ ระลึกถึงกิ้วอ๋องเอี๋ยหรือ กิ้วอ๋องต่ายเต่หรือพระราชาธิราชทั้งเก้าพระองค์นั้นเอง
คณะงิ้วยังได้แนะนำชาวจีนในทูต่อไปว่า การเชิญเทพเจ้ามาสักการะบูชาเพื่อปกป้องตนเอง ครอบครัว และท้องถิ่น เพื่อให้อยู่เย็นเป็นสุขตามที่ได้ปฏิบัติกันมาแล้ว เป็นสิ่งที่ดีแต่ถ้าจะให้ดียิ่งขึ้นก็ควรจะเจี๊ยะฉ่ายถือศีลไปด้วย การเจี๊ยะฉ่ายไม่จำเป็นต้องปฏิบัติให้ครบทั้งเก้าวัน จะเจี๊ยะฉ่ายกี่วันก็ได้ตามแต่ศรัทธาและเหมาะสมของแต่ละครอบครัว ชาวในทูและคนจีนส่วนใหญ่มีความเชื่อและเลื่อมใสได้ปฏิบัติตามคำแนะนำของคณะงิ้ว โดยได้ประกอบพิธีเจี๊ยะฉ่ายในปีต่อมา ประเพณีเจี๊ยะฉ่ายของเมืองภูเก็ตได้เกิดขึ้นเป็นครั้งแรกที่ในทู (กะทู้) นั่นเอง ต่อมาจึงได้แพร่หลายออกไปตามสถานที่ต่างๆ
หลังจากชาวจีนในทูได้ประกอบพิธีเจี๊ยะฉ่ายได้ประมาณ 2-3 ปี โรคภัยไข้เจ็บต่างๆ ได้ลดน้อยลงและหายไปในที่สุด ทำให้ชาวจีนที่มาอาศัยทำเหมืองแร่อยู่ตามดงตามป่ามีความเชื่อและศรัทธาเลื่อมใสมากยิ่งขึ้น
ก่อนคณะงิ้วจะย้ายไปทำการแสดงที่อื่น คณะงิ้วได้มอบรูปพระกิ้มซิ้น (เทวรูป),เล่าเอี๋ย (เตียนฮู้หง่วนโส่ย),ส่ามอ๋องฮู่อ๋องเอี๋ย, ส่ามไถ้จือ และได้ให้คำแนะนำแก่ชาวจีนเกี่ยวกับการประกอบพิธีกรรมโดยย่อๆ ในครั้งนั้นด้วยในช่วงระยะที่ชาวจีนกำลังประกอบพิธีเจี๊ยะฉ่าย (กินผัก) ที่ท่านผู้รู้ท่านหนึ่งซึ่งไม่ปรากฏนามเคยอาศัยอยู่ที่มณฑลกังไส (กังไส คือ เจียงซี้ของประเทศจีนในปัจจุบัน) ได้เดินทางมาประกอบอาชีพในทู ได้เห็นการประกอบพิธีเจี๊ยะฉ่ายของชาวจีนไม่ถูกต้องตามแบบฉบับของฉ้ายตึ้ง (ศาลเจ้าในมณฑลกังไส) จึงได้แจ้งให้ชาวจีนในทูทราบว่าตนยินดีรับอาสาเดินทางกลับไปมณฑลกังไสของประเทศจีน เพื่อไปเชี้ยเหี้ยวโห้ย (อัญเชิญธูปไฟ) และองค์ประกอบสำหรับพิธี แต่ไม่สามารถเดินทางไปได้เนื่องจากขาดทุนทรัพย์ ชาวจีนในทูจึงได้ร่วมมือร่วมใจกันรวบรวมทุนทรัพย์ให้กับผู้รู้ท่านนี้ สำหรับเป็นค่าใช้จ่ายในการเดินทางไปมณฑลกังไส
อีก 2-3 ปีต่อมา ในระหว่างที่ชาวจีนในทูประกอบพิธีเจี๊ยะฉ่ายแบบย่อๆ จนถึงวันขึ้น 7 ค่ำ (วันเก้าโง้ยโฉ่ยฉีด) ตามปฏิทินจีน เวลากลางคืน เรือใบจากประเทศจีนได้เดินทางมาถึงหัวท่าบ่างเหลียว (บางเหนียวในปัจจุบัน) ท่านผู้รู้ได้เดินทางกลับมากับเรือใบลำนี้ด้วยและได้ส่งคนมาแจ้งข่าวให้ชาวจีนในทูทราบว่า บัดนี้ตนได้เดินทางกลับจากประเทศจีนมาถึงหัวท่าบางเหลียวพร้อมเชี้ยเหี้ยวเอี้ยน (ผงธูป) มาด้วยแล้ว ขอให้คณะกรรมการกับผู้ที่ร่วมประกอบพิธีเจี๊ยะฉ่ายไปต้อนรับที่หัวบ่างเหลียวในวันเก้าโง้ยโฉ่ยโป๊ยคือวันรุ่งขึ้น
เหี้ยวโห้ย หรือ เหี้ยวเอี้ยนที่นำมาจากมณฑลกังไส ได้จุดปักไว้ในเหี้ยวหล๋อ(กระถางธูป) โดยจุดธูปให้ติดตลอดระยะทางมิให้ดับ นอกจากนี้ยังได้นำแก้ง(บทสวดมนต์,คัมภีร์,ตำราต่างๆ พร้อมทั้งป้ายชื่อเต้าโบ้เก้ง ป้ายติดหน้าอ๊ามฉ้ายตึ้ง)
ปัจจุบันประเพณีเจี๊ยะฉ่าย (กินผัก) ของชาวภูเก็ตได้ปฏิบัติสืบทอดกันมาทุกปีนับเวลาได้ หลายร้อยปีแล้วซึ่งถือว่าเป็นประเพณีอันดีงามของชาว ภูเก็ต
ขอบคุณที่ติดตามชมนะคร้าบบบบ
แหล่งที่มา : ไชยยุทธ ปิ่นประดับ ประเพณีกินผัก (เจี๊ยะฉ่าย) จังหวัดภูเก็ตขอบคุณ:phuketvegetarian.com
แนะนำตัว Tonlinethai
สวัสดีครับ ผม Tonlinethai
คนภูเก็ต จะนำทุกท่าน ออกไปรู้จักเกาะเล็กๆเกาะนี้ให้เห็นทั้ง 360 องศากันเลยว่า “ภูเก็ต“ของเราอบอุ่นและน่าอยู่ขนาดไหน เราจะออกเดินทางไปสัมผัสความรู้สึกนี้พร้อมๆกันน่ะครับ ไม่ว่าจะเป็น อาหารภูเก็ต ประเพณีวัฒนธรรมภูเก็ต สถานทีท่องเที่ยวภูเก็ต ที่ไม่ควรพลาด จะแวะช้อปปิ้งที่ไหนดี หรืออยากได้ข้อมูลการท่องเที่ยว ผมยินดีจัดให้ ออกไปกอด ภูเก็ต พร้อมๆกันน่ะครับ























































































